|
|||||||
|
|
ศาลเจ้าแม่ทับทิม บางนบ
|
ในนามของ (โกชาย ประธานศาลเจ้าแม่ทับทิม บางนบ) สมาชิกร้านค้า www.amataamulet.com ขอขอบพระคุณผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ผู้ให้การสนับสนุนทุกท่าน ที่มีส่วนร่วม และเป็นสมาชิก www.amataamulet.com ทางผู้จัดตั้งและทีมงาน ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก รวมทั้งเดชานุภาพพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ และสัมฤทธิ์ผลในสิ่งอันพึงปรารถนาทุกประการ. ศาลเจ้าแม่ทับทิมบางนบ (ศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 100 ปี) ประมาณต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ชาวจีนส่วนหนึ่งได้อพยพมาทางเรือเข้ามาทำมาหากิน ในเขตลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช โดยกระจายไปอยู่ตามอำเภอต่างๆ เช่น อ.หัวไทร อ.เชียรใหญ่ อ.ชะอวด บ้านบางนบเป็นหมู่บ้านหนึ่งอยู่ในอำเภอหัวไทร ซึ่งชาวจีนได้มาอาศัยทำกิน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีอายุมากกว่า 100 ปี และในการอพยพเข้ามา ชาวจีนได้นำสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองนับถือเพื่อช่วยคุ้มครองในการเดินทางและเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้เกิดความสามัคคีในชุมชน ศาลเจ้าแม่ทับทิมตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางนบ โดยทุกๆ ปี ลูกหลานที่ไปทำงานต่างถิ่น จะกลับมาสักการะที่ศาลแห่งนี้ ปัจจุบันชำรุดทรุดโทรมไปมาก คณะกรรมการศาลเจ้าจึงได้ รวบรวมเงินจากลูกหลานในชุมชน จากสมาคมต่างๆ เช่น สมาคมไหหลำแห่งประเทศไทย สมาคมไหหลำแห่งภาคใต้ (หาดใหญ่) สมาคมไหหลำปากพนัง ตลอดจนชาวไทยเชื้อสายจีน และผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน บัดนี้การก่อสร้างได้เสร็จสิ้นแล้ว แต่ยังขาดเงินทุนส่วนหนึ่ง ทางคณะกรรมการศาลเจ้าจึงได้จัดทำเหรียญขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนแห่งองค์เจ้าแม่ทับทิมไว้สำหรับผู้มีจิตศรัทธาได้เช่าบูชาเพื่อเป็นศิริมงคล โดยพิธีเปิดศาลเจ้าแม่ทับทิมจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 12 มกราคม 2551 เวลา 11.00 น. โดยมี คุณบุญเลิศ ชาติวิวัฒน์พรชัย นายกสมาคมไหหลำแห่งประเทศไทยและคณะเป็นประธานในพิธีและงานจะมีตลอดไปจนถึงวันที่ 14 มกราคม 2551 วัตถุประสงค์- เพื่อสมทบทุนสร้างศาลเจ้า- เพื่อสมทบทุนในการทำพิธีเปิดศาลเจ้าประวัติเจ้าแม่ทับทิม
(ตุ้ย บ้วย เต๋งเหนี่ยง)กำเนิดเจ้าแม่ทับทิม เริ่มมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น ในสมัยนี้องค์เจ้าแม่ทับทิมได้รับการยกย่องให้เป็น เทพธิดาแห่งความเมตตากรุณา ประมาณ พ.ศ. 2167 ปลายราชวงศ์เหม็ง ต่อต้นราชวงศ์เช็ง ที่เกาะไหหนำ มีหมู่บ้านชื่อ ตุ้ยบ้วย มีครอบครัวชาวประมง หัวหน้าครอบครัว แซ่พัว เป็นคนขยันขันแข็ง นิสัยซื่อสัตย์ สุจริต อาชีพออกหาปลาเวลากลางคืน คืนหนึ่งได้นำเรือออกหาปลาเหมือนเคย แต่ปรากฎว่าไม่มีปลาติดแหเลยแม้แต่ตัวเดียว เขาพยายามหลายครั้ง แต่สิ่งที่ได้เป็นเพียงท่อนไม้ท่อนหนึ่งด้วยความโมโหและผิดหวัง เขาเหวี่ยงท่อนไม้นั้นไปไกลและกลับลองช้อนแหใหม่ แต่สิ่งที่เห็นกลับเป็นท่อนไม้ท่อนเดิมอีกครั้งเขาคิดขึ้นได้ว่าได้ปาท่อนไม้ไปทางน้ำไหลลง แต่ทำไมจึงไหลทวนน้ำกลับเข้ามาอยู่ในช้อนแหได้ เขานั่งลงและภาวนาบนบานศาลกล่าวเสมือนว่าเป็นท่อนไม้ศักดิ์สิทธิ์ ถ้าสามารถหาปลาได้เต็มช้อนแหจะนำท่อนไม้นั้นไปแกะสลักเป็นเทวรูป เจ้าแม่ จากนั้นเขาได้ลงช้อนแหใหม่ ปรากฏว่า ท้องเรือเต็มไปด้วยปลานานาชนิด โดยเขาไม่ลืมที่จะนำท่อนไม้นั้นกลับไปบูชาต่อมาเขาได้กลายเป็นผู้มีอันจะกินและลืมที่จะแกะสลักเทวรูปเจ้าแม่ จนคืนหนึ่งเขาฝันว่าได้ไปยืนอยู่หน้าแท่นบัลลังก์ที่ประดับด้วยทองคำฝังเพชร มีเจ้าแม่ทรงเสื้อคลุมลายมังกร ประดับด้วยมงกุฎเพชรเป็นรูปนกหงส์และฉลองพระบาทสีแดงปักด้วยดิ้นเงิน ดิ้นทอง เป็นรูปดอกไม้ กล่าวขึ้นว่า ผู้เฒ่าพัว ยังจำคำที่เคยอธิฐานได้หรือไม่ ได้ฟังดังนั้นชาวประมง จึงรีบคุกเข่าโขกศรีษะลงกับพื้นและสัญญาว่าจะปฏิบัติตามที่อธิษฐานไว้ทุกประการ และแล้ววันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ก็ได้มีศาล เจ้าแม่ตุ้ยบ้วย เกิดขึ้นที่หมู่บ้านแห่งนั้น โดยได้มีพิธีเบิกพระเนตรและอัญเชิญพระวิญญาณของเจ้าแม่มาประทับเพื่อคุ้มครองและ อำนวยความสำเร็จให้บังเกิดแก่ผู้ที่กราบไหว้บูชา ต่อมาก็ได้กำหนดเอาวันพิธีนี้เป็นกำเนิดของ เจ้าแม่ตุ้ยบ้วย สืบเนื่องมาจนถึงวันนี้รายการมาใหม่
รายการมาแรง
|
|
|